เมื่อพี่ฟลุ๊คเปื่อย

posted on 26 Feb 2010 13:30 by pinkpudding

 

ช่วงนี้พี่ฟลุ๊คหมดรังสีฮอตไปหลายวันเพราะเปื่อยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่2009 เปื่อยคราวนี้เข็ดจริงๆ เพราะทั้งเป็นไข้ ไอ เจ็บคอ เพลีย คลื่นไส้ ท้องเสีย สารพัดอาการเลย แถมต้องโดนกักตัวไว้ ไปไหนก็ไม่ได้  พอมานึกทบทวนดู สาเหตุที่เราเป็นหวัด ก็มาจากตัวเราเองนั่นแหล่ะ จะโทษใครก็ไม่ได้  ช่วงก่อนเป็นหวัด เราไม่กินผักผลไม้เลย พักผ่อนก็ไม่ค่อยพอ ไม่ออกกำลังกาย และยังชอบไปแหล่งชุมชนอันได้แก่ ห้าง และโรงหนัง อีกตะหาก พอร่างกายอ่อนแอไข้หวัดก็เลยวิ่งมาหาเราทันที เฮ้อ

แต่เป็นหวัดคราวนี้ ก็ทำให้ได้บทเรียนอะไรหลายอย่าง บทเรียนที่สำคัุญที่สุดคือ ต่อไปนี้เราต้องรักษาสุขภาพให้ดีตลอดเวลา ไม่มีการผลัดวันประกันพรุ่งอีกแล้ว เพราะสุขภาพเรา เราต้องดูแลเอง จะให้คนอื่นมาดูแลให้ก็ไม่ได้จริงไหม (แต่ถ้าสุขภาพหัวใจ อาจต้องให้คนอื่นช่วยดูแล คริคริ)

วิธีดูแลสุขภาพง่ายๆเพื่อสู้กับโรคหวัดคือ

1. พยายามเลี่ยงการเข้าที่่ชุมชน แต่หากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ พกเจลล้างมือไปด้วย อย่ากินอาหารช้อนเดียวหรือแก้วเดียวกับผู้อื่น อย่าแคะขี้ตา ขี้มูก และเอาืมือเข้าปากเด็ดขาด (เราเองชอบแคะขี้ตา ไม่ดีเลยนะ เพราะเชื้อโรคจะเข้าทางตา จมูก ปากนี่ล่ะ)   

2. กินอาหารที่ปรุงร้อนๆ สะอาด และมีประโยชน์ กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีเยอะๆ เช่นส้ม ฝรั่ง 

3. ออกกำัลังกายอย่างสม่ำเสมอ (อย่าให้เครื่องออกกำลังกายกลายเป็นเพียงที่แขวนผ้าแบบบ้านเรานะ)

4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

5. หากใครมีอาการเป็นหวัด มีไข้สูง เมื่่อยตามตัว ไอ เจ็บคอ เจ็บหน้าอก ก็รีบไปพบแพทย์นะจ๊ะ ถ้ารักษาแต่เนิ่นๆจะดีกว่าปล่อยให้เรื้อรังน๊า 

 

โรคภัยในปัจจุบันมีมากมายเหลือเกิน แต่หากเราแข็งแรง โรคภัยก็จะทำอะไรเราไม่ได้ มามะ มาดูแลสุขภาพกันเถอะ 

 

ป.ล.หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่2009 ตามเข้าไปดูที่เวปนี้ได้นะจ๊ะ  http://www.kmddc.go.th/default.aspx

 

 

เคยได้ยินคำว่า ผู้ไม่รู้ ย่อมไม่ผิด บ้างไหมเอ่ย  เมื่อเกิดเหตุหน้าอายๆนี้ขึ้น เราก็พยายามคิดว่าเฮ้อ เราไม่รู้จิงๆนี่นาเราก็ไม่ผิดดิ   !!! (เข้าข้างตัวเองเต็มที่) 555+  แต่ความจริงเราก็ผิดเองแหล่ะ ที่ไม่ดูให้ดีซะก่อน   

 

 

    เรื่องราวเกิดขึ้นไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง  เหตุเกิดที่เชียงใหม่  คือเราไปเที่ยวบนดอย แล้วก็ไปห้องน้ำ ด้วยความปวดจนหน้าเขียว เราก็เดินจ้ำๆหาทางไปในห้องน้ำ  ขณะที่เราจ้ำๆเข้าไปนั้น ก็มีผู้หญิงคนนึง เดินตามเรามาติดๆ คาดว่าคงจะปวดมากเช่นเดียวกะเรา   เราก็เดินนำเขาไปจนไปถึงหน้าห้องน้ำ  ทุกครั้งก่อนจะเข้าห้องน้ำ เราจะมองป้ายหน้าห้องน้ำให้แน่ใจทุกครั้งว่านี่คือห้องน้ำหญิง ไม่ใช่ห้องน้ำชายแน่นอน  เมื่อเบิ่งตามองจนแน่ใจแล้ว  เราก็รุดเข้าห้องน้ำทันที  

 

    แต่เมื่อเข้าไปก็เห็นว่ามีห้องน้ำแค่สองห้อง และทั้งสองห้องนั้นก็มีคนเข้าอยู่  เราเหลือบมองไปที่กระจกในห้องน้ำ  ก็พบทางเดินเล็กๆอยู่ด้านหลังกระจก  เราก็เดินไปที่หน้ากระจกและชะโงกไปมองว่าเส้นทางนั้นคืออะไร  พอมองปุ๊บ  ก็พบห้องน้ำว่างๆอีกสองห้อง   อ้าว  ว่างอีกตั้งสองห้องนี่นา  ว่าแล้วเราก็เดินผ่านหลังกระจกไป  ผู้หญิงคนที่เดินตามเรามาตั้งแต่หน้าห้องน้ำก็เดินตามเรามาด้วย  เราก็ชี้บอกเขาด้วยความปรารถนาดีว่า “ยังมีห้องว่างอีกสองห้องค่ะ เข้าเลยค่ะ”  พอเราชี้บอกผู้หญิงคนนั้นแล้วว่าห้องน้ำว่าง  เขาก็เข้าไปทันที  เราเองก็เข้าห้องข้างๆเขา  พลางปลดทุกข์อย่างสุขใจว่า แหม  เรานี่ตาดีจริงจริ๊ง  ห้องน้ำว่างอีกตั้งสองห้อง  แต่คนอื่นคงไม่เห็น โฮะๆๆๆๆๆ 

 

แต่เมื่อเราเปิดประตูออกจากห้องน้ำ  เราก็เห็นผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา  สิ่งที่เราคิดตอนนั้นคือ แหม ผู้หญิงคนนี้หน้าตาเหมือนผู้ชายจังเลย  เฮ้ย  หรือว่าเป็นผู้ชายหว่า  แต่นี่เป็นห้องน้ำหญิงนะ ผู้ชายมาเข้าได้อย่างไรกัน  แล้วเราก็ได้ยินเสียงแม่เราเรียกมาจากหลังกระจก  พอเราเดินไป แม่เราก็หัวเราะใหญ่เลย  เราก็งงๆว่าเขาหัวเราะอะไร   แม่เราเลยบอกว่า  ไอ้ทางที่เราเข้าไปตะกี๊น่ะ มันห้องน้ำชาย  เราก็เถียงใหญ่เลยว่า  จะเป็นห้องน้ำชายได้ไงกัน  ห้องน้ำชายอยู่ซีกโน้นแน่ะ  แต่เมื่อเราเดินออกมาหน้าห้องน้ำแล้ว เราก็รู้ตัวว่า  เราเข้าห้องน้ำผิดจริงๆ  คือ ตอนแรกเราเข้าห้องน้ำถูกแล้ว  นั่นคือห้องน้ำหญิง แต่ด้านหลังห้องน้ำหญิงมีกำแพงเล็กๆซึ่งติดกระจกกั้นระหว่างห้องน้ำชายกะหญิง  แต่เราเดินอ้อมไปหลังกระจก  เพราะเข้าใจผิดว่า หลังกระจกก็เป็นห้องน้ำหญิงเช่นกัน  เราคิดไม่ถึงว่า ห้องน้ำชายกะหญิงจะเดินทะลุด้านหลังถึงกันได้  ว่าแล้ว เราก็รู้สึกอับอายอย่างมากที่เข้าห้องน้ำผิด  ที่แย่กว่านั้นคือ ยังไปชี้บอกผู้หญิงคนที่เดินตามเรามาว่าห้องน้ำว่างอีก  ฮือๆๆๆ เราไม่ได้ตั้งใจน๊า  ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดสิ แงๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

หากสงสัยรูปแบบห้องน้ำที่เราไปเข้า เรามีรูปปลากรอบมาให้

 

 

จากรูปก็คือ  เราเข้าทางห้องน้ำผู้หญิง ถูกต้องแล้ว  แต่ดันเดินทะลุด้านหลังกระจก  ซึ่งเราก็นึกว่าหลังกระจกนั้นก็ยังเป็นห้องน้ำหญิงอยู่  หารู้ไม่ว่านั่นคือทางทะลุไปด้านหลังห้องน้ำชาย
นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า  ต่อไปนี้ จะเข้าห้องน้ำที่ไหน  ต้องดูให้แน่ใจว่าเข้าถูกทุกครั้ง  เพราะบางทีห้องน้ำชายกะหญิงบางแห่ง ก็ไม่มีกำแพงกั้น  แต่ดันมีทางเดินทะลุถึงกันได้ซะงั้น  

 

เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้ทั้งนั้น ต้องโทษตัวเราเองนั่นแหล่ะ ที่ดันไม่ดูให้ดีซะก่อน  เฮ้อ ไอ้เราคนเดียวน่ะไม่เท่าไหร่หร๊อก  แต่สงสารผู้หญิงคนที่เดินตามเรามาด้วยน่ะสิ  เขาเลยต้องอับอายไปกะเราด้วยเลย แห่ะๆๆ

 

 

  

 

 

 

 

edit @ 18 Oct 2009 16:09:03 by พี่ฟลุ๊คสุดหล่อ

edit @ 19 Oct 2009 16:36:12 by พี่ฟลุ๊คสุดหล่อ

edit @ 19 Oct 2009 16:42:06 by พี่ฟลุ๊คสุดหล่อ

edit @ 19 Oct 2009 16:43:24 by พี่ฟลุ๊คสุดหล่อ

ชอบจิงๆกลอนอันนี้น่ะ ^^

ตำนานคานทอง
ตำนานคานทอง

มีตำนาน เล่าขาน กันสืบมา
ว่าคานหนึ่ง สวยสง่า เปี่ยมราศรี
อันทางขึ้น นั้นเดินง่าย สบายดี
แต่โทษที ขาลงยากกกกก ลำบากบน

ต้นกำเนิด เกิดจาก สาวนางหนึ่ง
สวยสุดซึ้ง สวยกว่า น้องน้ำฝน
เป็นลูกสาว เศรษฐี ของตำบล
ชราชล หนุ่มใหญ่น้อย คอยหมายปอง

ท่านเศรษฐี องอาจ ประกาศว่า
อันลูกข้า หนึ่งนี้ ไม่มีสอง
หากแม้นใคร อยากได้ ไปคุ้มครอง
อย่างน้อยต้อง ทองล้านชั่ง นี่กันเอง

แต่ลูกสาว เศรษฐี มีคนรัก
ยากจนนัก จนยิ่งกว่า จะหาไหน
โอ้ชาตินี้ มีกรรมหนัก ขอพักใจ
แค้นบรรลัย ต้องลาไกล ไปขุดทอง

หายไปร่วม สามสิบปี มีทองหลาย
ข่าวจากสาย สมใจ ให้คลายหมอง
ว่าน้องนั้น ยังดีอยู่ ไร้คู่ครอง
อยู่ไม่ได้ จำรีบต้อง ไปจองเธอ

บอกว่าที่ พ่อตา มาแล้วครับ
มาพร้อมกับ ทองตามข้อ พ่อเสนอ
อยู่ที่ไหน หวานใจ I WANT TO SEE HER
พ่อบอกเออ อยู่ข้างใน เข้าไปเลย

แสนดีใจ จะได้พบ ประสบหน้า
ร้องถามป้า ในห้อง น้องอยู่ไหน
ป้าบอกว่า ก็ตัวฉัน นี่ยังไง
จำน้องน้อย ไม่ได้ น้อยใจจัง

เจ้าหนุ่มจ้อง มองดู อยู่ไม่นาน
พาลดีใจ ประมาณว่า น้ำตาไหล
หัวใจเต้น เร็วระรัว ตัวเริ่มชัก
ดิ้นสักพัก แล้วก็จาก โลกนี้ไป

ทองที่ขน มามากมาย ทำไงดี
สาวจึงมี โครงการ ทำงานใหญ่
สร้างเป็น "คาน" ไว้นั่งฟัง เพลงชาติไทย
จนหล่อนตาย จึงทิ้งไว้ เป็น "ชาติพลี"

อันคานนี้ ขึ้นไปแล้ว อยู่ได้นาน
จะเบิกบาน เปี่ยมสง่า และราศรี
ไร้ปัญหา ไร้บุตรธิดา และไร้สามี
ของดี ๆ อย่างนี้ต้อง ขอแนะนำ

มาจากเวปนี้ http://www.narak.com/webboard/show.php?No=49378

edit @ 28 Aug 2009 19:20:32 by พี่ฟลุ๊คสุดหล่อ